fbpx
คอลลาเจนเปปไทด์ คืออะไร / ช่วยอะไรบ้าง ( Collagen Peptide )

คอลลาเจนเปปไทด์ คืออะไร / ช่วยอะไรบ้าง ( Collagen Peptide )

คอลลาเจนเปปไทด์ คืออะไร / ช่วยอะไรบ้าง ( Collagen Peptide )

คอลลาเจนเปปไทด์ คืออะไร / ช่วยอะไรบ้าง ( Collagen Peptide ) คอลลาเจนเปปไทด์ เป็นคอลลาเจนชนิดแกรนูล ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส จึงสามารถใส่ลงในอาหารได้ทุกชนิด โดยที่คุณค่าของคอลลาเจนยังอยู่

คอลลาเจนปัจจุบันนี้ผลิตจากเทคโนโลยีที่ใหม่ล่าสุดทำให้ได้คอลลาเจนที่มีโมเลกุลเล็กกว่าคอลลาเจนจากธรรมชาติ 1,000 เท่า ทำให้ร่างกายเราดูดซึมได้ดี เพียงแค่เติมในเครื่องดื่มหรืออาหารวันละ 1 ช้อน

แต่ถ้าหากต้องการ แก้ปวดเข่า ปวดข้อ ให้เติม 2 ช้อนต่อวัน เพียงเท่านี้ผิวพรรณของท่านก็จะเปล่งปลั่ง เรียบเนียน ไม่หมองคล้ำ ทำให้ดูอ่อนเยาว์น่าสัมผัส — คอลลาเจนเปปไทด์

คอลลาเจนเปปไทด์ ประโยชน์

ประโยชน์ของคอลลาเจนเปปไทด์ Collagen Peptide

คอลลาเจนเปปไทด์ ประโยชน์ จากการศึกษา เมื่อคนเราอายุ25ปีขึ้นไปแล้ว คอลลาเจนในร่างกายจะค่อยๆหายไปประมาณ 1.25 – 1.50 ในแต่ละปี หรือการที่เราต้องพบปะกับฝุ่น มลภาวะ รวมจนถึงแสงแดด เพราะฉะนั้นการที่เราต้องการที่จะรักษาผิวพรรณให้เรียบเนียนนั้นเราต้องเติมคอลลาเจนเข้าไปเพื่อที่จะทดแทนและเพิ่มคอลลาเจนในร่างกาย

สำหรับประโยชน์ด้านผิวพรรณ
– คอลลาเจนเปปไทด์ จะเข้าไปช่วยบำรุงผิวพรรณที่แห้งกร้านให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอ ช่วยให้ผิวเรียบเนียน เปล่งปลั่ง ช่วยปกป้องเราจากรังสี UV ที่ทำให้ผิวเราเสียและเกิดฝ้า

สำหรับผมและเล็บ
– คอลลาเจนเปปไทด์ ยังช่วยในเรื่องการบำรุงสุขภาพเล็บ สายตาและผม ช่วยลดการหลุดล่วง เพิ่มความหนาของเส้นผม เพิ่มความแข็งแรงให้กับเล็บ
สำหรับกระดูก
– นอกจากนี้คอลลาเจนเปปไทด์ ยังช่วยเสริมสารคอลลาเจนที่บริเวณข้อต่อกระดูก

Ubereen Collagen Peptide

Ubereen Collagen Peptide 100,000 คอลลาเจนเปปไทด์ แบบผง ชงดื่ม

Ubereen Collagen Peptide 100,000 คอลลาเจนเปปไทด์ แบบผง ชงดื่ม เพิ่มความสวยให้ผิวง่ายๆเพียงแค่ดื่ม เครื่องดื่มคอลลาเจนเปปไทด์จากปลาทะเลน้ำลึก ที่เสริมด้วยวิตามินCสูง เพื่อผิวพรรณที่เปล่งประกายและอ่อนเยาว์ ช่วยลดริ้วรอย

อีกทั้ง Ubereen Collagen Peptide ยังเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ที่มาพร้อมกับสารสกัดจากทับผิวเพื่อสุขภาพผิว คุณประโยชน์มากมายขนาดนี้ เพียงแค่ท่านชงแล้วดื่มเท่านั้น นอกจากนี้ยังเข้าไปช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และยังช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก

Ubereen Collagen เป็นคอลลาเจนแบบผง ชงน้ำดื่ม คอลลาเจนผงนี้จะให้ปริมาณคอลลาเจนมากกว่า Collagen Peptide ที่เป็นแบบอัดเม็ด เพราะถ้าหากเรานำเอาคอลลาเจนขนาด นอกจาก คอลลาเจนแล้ว ยังมี Q10 สารสกัดจากทับทิบ กลูต้าไธโอน และวิตามินซีที่จะช่วยทำให้คอลลาเจนที่เรารับประทานเข้าไปนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คอลลาเจนเม็ด เลือกคอลลาเจนแบบไหนดี เห็นผลไวที่สุด

คอลลาเจนเม็ด เลือกคอลลาเจนแบบไหนดี เห็นผลไวที่สุด

คอลลาเจนเม็ด เลือกคอลลาเจนแบบไหนดี เห็นผลไวที่สุด

คอลลาเจนเม็ด เลือกคอลลาเจนแบบไหนดี เห็นผลไวที่สุด พูดถึงคอลลาเจนในยุคนี้ก็คงรู้จักกันกันอยู่แล้ว บางคนอาจรู้ลึกถึงสรรพคุณกันเลยเดียว บางคนก็อาจจะรู้กันแค่ว่ามันเป็นอาหารเสริมที่กินแล้วจะทำให้ผิวพรรณของเราขาวใสดูดีมีออร่า แต่คอลลาเจนก็มีออกมาให้เราเลือกใช้หลายรูปแบบหลายยี่ห้อ มีทั้งคอลลาเจนผง และคอลลาเจนเม็ด แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่า 2 อย่างนี้นั้น อันไหนมันดีกว่ากัน — คอลลาเจนเม็ด

แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการดูดซึมไปใช้ของร่างกายแล้ว แบบผงนั้นเมื่อนำไปละลายน้ำแล้วดื่มร่างกายเราก็จะดูดซึมไปใช้ทันที แตกต่างจากแบบเม็ดที่เมื่อเราทานเข้าไปแล้วก็ต้องรอให้มันละลายซะก่อนร่างกายจึงจะดูดซึมเข้าไปได้ การทานแบบเม็ดนั้นยังไงเราก็ต้องทานน้ำตามไปอยู่แล้ว แต่ถ้าการทานมันยากสู้เราทานคอลลาเจนผง Premium พร้อมชงเลยจะดีกว่า วันไหนตื่นเช้ามาก็ชงคอลลาเจนดื่มได้เลย เพื่อให้ร่างกายดูซึมเร็วแบบทันทีอีกด้วย

คอลลาเจนเม็ดแบบไหนดีที่สุด

คอลลาเจนทานตอนไหนเวลาไหนถึงจะดี

การกินคอลลาเจนที่ดีที่สุด นั้นมีการกินหลายรูปแบบอยู่ที่เราจะเลือกกินเวลาไหน แต่วิธีที่กินแล้วให้ผลดีที่สุดก็คือการกินในตอนที่เราตื่นนอนทันทีกับกินก่อนเราจะนอนนั้นเอง เนื่องจาก2เวลานี้ท้องเราว่าง การที่ท้องเราว่างนั้นเมื่อเรากินคอลลาเจนเข้าไปร่างกายจะดูดซึมนำไปใช้ทันที

แต่ถ้าอยากจะให้คอลลาเจนมีประสิทธิภาพมากถึงมากที่สุดเราควรกินคู่กับวิตามิน ซี ซึ่งวิตามิน ซี นั้นจะช่วยในเรื่องการดูดซึมคอลลาเจนง่ายขึ้นนั้นเอง ทำให้มีประสิทธิภาพ 100 เปอร์เซ็นต์กันเลยทีเดียว

คอลลาเจนผง

คอลลาเจนผง แบบไหนดีที่สุด

คอลลาเจนผง ก็ควรเป็นดั่งที่เรากล่าไว้ข้างต้น แต่ก็ยังมีวิธีเลือกคอลลาเจนดีๆอีกหลายแบบ เราไปดูกันเลย [ คอลลาเจนที่ดีที่สุด ]

• มีคอลลาเจนที่อยู่ในช่วง 5,000 – 10,000 มิลลิกรัม ช้อน/ซอง ซึ่งการรับในปริมาณนี้ถือว่าพอดีแล้วเพราะถ้าเรารับมามากกว่านี้อาจจะทำให้ร่างกายดูดซึมวิตามินอื่นๆได้น้อย ซึ่งปริมาณแนะนำต่อมื้อ 5,000 mg หรือต่อ 1 ช้อนก็เพียงพอแล้ว

• คอลลาเจนแบบเปปไทด์ (Collagen Peptide) เพราะมีขนาดเล็กร่างกายสามารถดูดซึมผ่านเข้าไปโดยไม่ถูกทำลาย หรือถูกย่อยสลาย

• เลือกแบบที่มี วิตามินซี หรือวิตามินอื่นๆ ที่มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนรวมอยู่ด้วย

• เลือกตัวที่มี สารแอนโทไซยานิน ที่พบในผลของพืช ดอก จนถึงตัวของพืช ที่ให้สี น้ำเงิน แดง และม่วงนั้นเอง ซึ่งสารโทไซยานิน จะมีส่วนช่วยตรึงคอลลาเจน ไม่ให้ย่อยสลาย

คอลลาเจนเกาหลีดีที่สุด

คอลลาเจนบำรุงสุขภาพผิว

คอลลาเจนบำรุงสุขภาพผิว เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เห็นผลจากคอลลาเจนที่ทำให้ผิวพรรณเนียนเรียบได้ชัดเจนแล้ว แต่ถ้ายังอยากขาวใสดูดีมีออร่า ผิวเปล่งปลั่งกระจ่างใส คอลลาเจนเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องดูวิตามินเป็นส่วนผสมด้วย จากการสอบถามคนที่ทาน คอลลาเจน 100 คน ได้ผลสรุปว่ายี่ห้อที่ทานแล้วเห็นผล เป็นที่นิยมจนกลับมาซื้อต่อ 3 อันดับ

ได้แก่ ยูเบรีนคอลลาเจน (Ubereen Collagen) คอลลาเจนคอลลี่ (Colly Collagen) คอลลาเจนอมาโด้ (Amado Collagen)

ถ้าหากจะเน้นทานแล้วผิวขาวขึ้น แนะนำตัว ยูเบรีน คอลลาเจน ( Ubereen Collagen ) สูตรนี้ทานแล้วส่งผลดีทำให้ผิวเนียน นุ่ม กระจ่างใส ส่วนอีกสูตรได้แก่ คอลลี่คอลลาเจน (Colly Collagen) จะออกไปทางดื่มง่ายแต่ละลายช้าหน่อย

จากการที่ลองทานแล้ว ผิวเนียน ใส ดูมีน้ำมีนวลมากขึ้น ทำให้ผิวดีขึ้น เคยปวดหัวเข่า ก็หายจริงๆ แต่ในเรื่องความขาวนั้นสูตรที่ผสมวิตามินซีด้วยจะดีกว่า จากการลองทานหลายๆยี่ห้อ ยูเบรีน คอลลาเจน Ubereen Collagen คอลลาเจนเปปไทด์ 100,000 mg ประสิทธิภาพดีมากๆ และมีราคาคุ้มค่า ในคอลลาเจนระดับ Premium

สาเหตุในการแพ้คอลลาเจนจากผลิตภัณฑ์คอลลาเจน

สาเหตุในการแพ้คอลลาเจนจากผลิตภัณฑ์คอลลาเจน

แพ้คอลลาเจน สาเหตุในการแพ้คอลลาเจนจากผลิตภัณฑ์คอลลาเจน

แพ้คอลลาเจน สาเหตุในการแพ้คอลลาเจนจากผลิตภัณฑ์คอลลาเจน ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่าสารอาหารทุกชนิดนั้นอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ หนึ่งในนั้นคือ คอลลาเจน คอลลาเจนเองก็ถือเป็นสารอาหารตัวหนึ่งในผลิตภัณฑ์คอลลาเจน ที่สกัดมาจากปลาทะเลน้ำลึก — แพ้คอลลาเจน

แพ้คอลลาเจนยังไง

อาการแพ้คอลลาเจน

อาการแพ้คอลลาเจน คอลลาเจนนับได้ว่าเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง อาการแพ้คอลลาเจนอาจเกิดมาจากคนที่อ่อนไหวต่อการรับประทานโปรตีน ซึงนั้นอาจเป็นสาเหตุในการแพ้ นั้นจึงเป็นที่มาของคำเตือนในผลิตภัณฑ์ที่เขียนกำกับไว้ว่า “ผู้ที่แพ้อาหารทะเลห้ามรับประทาน” แต่ก็มีส่วนน้อยเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเองแพ้คอลลาเจนในปลาทะเลน้ำลึก เพราะบางคนก็ไม่ได้ทานคอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึกเพียงอย่างเดียว [ รีวิวคอลลาเจนยี่ห้อไหนดี ]

อาการแพ้คอลลาเจน

อาการแพ้คอลลาเจนเป็นยังไง

อาการแพ้คอลลาเจนเป็นยังไง วันนี้เราจะมาบอกเกี่ยวกับอาการแพ้คอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึกในทุกคนได้รับรู้กัน ก่อนอื่นเลยไปดูอาการของคนที่แพ้ก่อนเลย อาการจะปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าและหลัง

จะเกิดเป็นสิวอักเสบ สิวหนอง จนกระทั้งสิวเม็ดแดง และตุ่มเม็ดใหญ่ๆคล้ายสิว จะออกอาการหลังจากรับประทานได้เพียง 2-3 วัน แต่ถ้าคนที่เป็นสิวเสี้ยน สิวหัวดำอยู่ แล้วทานผลิตภัณฑ์คอลลาเจนด้วย ให้ไปสคับหน้าอาทิตย์ละ2ครั้ง เพียงเท่านี้ก็จะทำให้หน้าของเราใสขึ้น สำหรับคนที่ไม่แพ้คอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึกนะ ส่วนคนที่แพ้ให้ปฏิบัติตามนี้

แพ้คอลลาเจนเป็นยังไง

1. ก่อนอื่นคนที่ อาการแพ้ไม่มาก ให้ทานท็อปเท้นควบคู่กับคอลลาเจนแต่ต้องลดปริมาณลงจากการทานปกติและให้ท็อปเท้นมีปริมาณมากกว่าคอลลาเจน การทานท็อปเท็นนั้นจะช่วยในเรื่องการเข้าไปปรับภูมิคุ้มกันของร่างกาย

2. สำหรับคนที่ อาการแพ้มาก เราแนะนำให้หยุดทานจนกว่าอาการแพ้จะหายก่อน และอาจเป็นการยืนยันว่าร่างกายของเรานั้นแพ้คอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึกแน่นอน เมื่อหายแล้วให้เรารับประทานคอลลาเจน 2 เวลา ได้แก่ เช้า 2 กับ ก่อนนอน 2 เพราะการทานท็อปเท้นนั้นจะไปช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย สำหรับผู้ที่ทานคอลลาเจนต้องทำความเข้าใจว่า เราไม่สามารถที่จะไปเร่งรัดการทานได้ การที่เราค่อยๆเป็นค่อยๆไปนั้น ยังส่งผลต่อใบหน้าและสุขภาพของเราให้ดีขึ้นอีกด้วย ส่วนคนที่เป็นสิวอยู่แล้ว อาจจะต้องใช้เวลาในการทานพอสมควร

***ข้อควรที่รู้ :

– อย. หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทย ได้อนุญาตให้เราทานได้ใน 1วันไม่เกิน 10 กรัม แต่ความจริงเราแนะนำให้บริโภคเพียงวันละ 5 กรัม (5,000 มิลลิกรัม) เท่านี้ก็เพียงพอที่จะซึมเข้าร่างกายอย่างปลอดภัยแล้ว

***สำหรับคนที่ไม่ควรทานคอลลาเจน

– เด็กและสตรีมีครรภ์
– สตรีที่อยู่ระหว่างการให้นม
– ผู้ที่แพ้อาหารทะเล
– ส่วนที่มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับตับหรือไต หรืออยู่ภายใต้การรักษาของหมออยู่ การที่ทานคอลลาเจนในจำนวนมากอาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหาร ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะทานคอลลาเจน

10 อาหารที่มีคอลลาเจน กินแล้วผิวเต่งตึงไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม

10 อาหารที่มีคอลลาเจน กินแล้วผิวเต่งตึงไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม

10 อาหารที่มีคอลลาเจน กินแล้วผิวเต่งตึงไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม

10 อาหารที่มีคอลลาเจน กินแล้วผิวเต่งตึงไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม ในยุคปัจจุบันนี้ไม่ว่าใครๆก็ย่อมมีความต้องการที่จะมีผิวขาวและสวยอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการศัลยกรรมในยุคนี้จึงถือว่าเป็นเรื่องทั่วๆไปที่ บางคนก็แค่นิดหน่อยหรือบางคนก็หนักหน่อยตามกำลังเงินของแต่ละคน เห็นหรือไม่ว่าความสวยงามในปัจจุบันไม่ใช่แค่ต้องหน้าตา

เรื่องผิวเองก็สำคัญไม่ใช่น้อย การที่มีผิวขาวก็ถือว่าดูดีขึ้น50%ดังนั้นผู้คนจึงหันหน้าไปศัลยกรรมโดยการฉีด Collagen เพื่อบำรุงผิว บางคนก็ออกมาดีเยี่ยมบางคนก็เละไปเลยถ้าโชคร้ายไปเจอหมอกระเป๋า วันนี้เราจึงนำ 10 อาหารที่มีคอลลาเจนกินแล้วผิวเต่งตึงไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมมาให้ทุกคนได้รู้จักกัน แต่ก่อนอื่นเลยไปทำความรู้จักกับเจ้า Collagen กันก่อนเลยดีกว่า — อาหารที่มีคอลลาเจน

Collagen คือ

ในยุคนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักกับเจ้า Collagen เพราะไม่ว่าผลิตภัณฑ์เสริมความงามหรือแม้แต่อาหารเสริมก็ย่อมมีเจ้าคอลลาเจนนี้เป็นส่วนผสมกันอยู่ทั้งนั้น ซึ่ง คอลลาเจน คือ โปรตีนเมตริกซ์นอกเซลล์ที่ไม่สามารถละลายน้ำได้ ทำหน้าที่คล้ายๆ กาวที่คอยยึดเกาะเซลล์ผิวหนัง เอ็น และกล้ามเนื้อให้แน่นสนิทเต่งตึง ในร่างกายมนุษย์กว่า 80% ของเซลล์ผิวหนังก็มีเจ้าคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบ

ประโยชน์ของ Collagen

ประโยชน์หลักของคอลลาเจนคือช่วยแก้ปัญหาผิวที่ถูกความร้อนหรือรังสี UVเผาไม้จนผิวเสีย อีกทั้งยังช่วยเติมเต็มผิวที่หย่อยนานให้กลับมาเรียบตึง นอกจากนี้ยังสามารถรักษาโรคไขข้ออักเสบและโรคกระดูกเสื่อมได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นถ้าหากเราขาดคอลลาเจนไปก็แน่นอนว่าผิวพรรณจะหย่อนยาน

เหมือนผู้ที่มีอายุหรือคนแก่ที่คอลลาเจนนั่นจะลดลงไปตามวัยนั่นเอง ดังเช่นคนแก่ที่คอลลาเจนค่อย ๆ ลดลงไปตามวันและเวลา วันนี้เราจึงนำ 10 อาหารที่มีคอลลาเจนกินแล้วผิวเต่งตึงไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมมาให้ทุกคนได้รู้กัน มีอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย

ผลไม้ที่มีคอลลาเจน

1. วิตามินซี

อย่างที่รู้ๆกันวิตามิน ซี นั้นมีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยรักษาโรค ลักปิด ลักเปิด นอกจากนี้วิตามิน ซี ยังช่วยในเรื่องเสริมสร้างความแข็งแรงของเซลล์ผิวและกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนอีกด้วย วิตามิน ซี สามารถหาได้ทั่วไปตามผักและผลไม้อย่างเช่น ฝรั่ง มะนาว ส้ม หรือกระทั่งสตรอว์เบอร์รี

อาหารมีคอลลาเจน

2. ลูกพรุน

ในลูกพรุนนั้นจะมีสิ่งที่เรียกว่าสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งชื่อก็บอกแล้วว่านำมาต้าน อนุมูลอิสระ เจ้าอนุมูลอิสระนี่แหละที่จะมาทำลายความเต่งตึงของผิวหนังเราทำให้ผิวเราหย่อนยาน ซึ่งการกินลูกพรุนวันละ 5-6 ลูกนั้น ก็จะทำให้เรามีผิวที่สดใสไร้รอยเหี่ยวย่น

ผลไม้คอลลาเจนดีๆ

3. กรดไขมันโอเมก้า (Omega)

ก่อนอื่นต้องกล่าวถึงที่มาของโอเมก้า โอเมก้านั้นหาได้จาก อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหินมพานต์ ปลาทูน่า แซลมอน อะโวคาโด และเมล็ดแฟลกซ์ซีด โอเมก้าเป็นอีกหนึ่งแหล่งสร้างคอลลาเจนจากธรรมชาติเด็ดเลยก็ว่าได้ โอเมก้าจะทำหน้าที่ในการช่วยเติมเต็มร่องลึกของเซลล์ผิวที่ถูกหลายๆปัจจัยทำลาย

คอลลาเจนมีอยู่ในอะไรบ้าง

4. ถั่วเหลือง

พูดถึงถั่วเหลืองก็คงรู้จักกันอยู่แล้วว่าถั่วเหลืองหน้าตาเป็นยังไง เพราะตอนเด็กอาจารย์คงเคยสั่งให้ปลูกเจ้าต้นนี้ด้วยสำลีมาอยู่แล้ว แต่หรือไม่ว่าเจ้าถั่วเหลืองนี้นะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า ไอโซฟลาโวน ที่มีส่วนช่วยในการเร่งการผลิตคอลลาเจน ทำให้ผิวกระชับเต่งตึง อีกทั้งยังช่วยบล็อกเอมไซม์ที่จะมาทำให้เรามีรอยตีนกาและผิวหย่อนยาน

อาหารคอลลาเจน

5. ผักใบเขียว

ถ้าพูดถึงผักใบเขียวแน่นอนบนโลกนี้มีมากมายหลากหลายชนิด ซึ่งผักใบเขียวทุกชนิดนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อ ลูติน (lutein) ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการกระตุ้นการผลิตของคอลลาเจนได้อย่างดี โดยเฉพาะถ้ามีสีเขียวเข้มยิ่งดีอย่าง ผักกาดหอม ผักโขม ผักเคล ผักคะน้า ผักสลัด หน่อไม้ฝรั่ง รวมถึงผักสลัด จากการวิจัยพบว่า ในหนึ่งวันของเรานั้นควรได้รับ ลูติน (lutein) ราวๆ 10 กรัม (ราวๆ ผักโขม 1.1 กิโลกรัมหรือผักเคล 0.5 กิโลกรัม) เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ผิวของท่านเนียนเรียบราวกับสาวๆอยู่ตลอดเวลา

น้ำที่มีคอลลาเจน

6.มะพร้าว

อีกหนึ่งผลไม้มากคุณประโยชน์ที่ใครๆก็รู้จัก ซึ่งน้ำมะพร้าวช่วยแก้กระหาย อีกทั้งยังมีฤทธิ์ขับของเสียออกจากร่างกาย และขับปัสสาวะ นอกจากนี้ในน้ำมะพร้าวนั้นมีฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างอีลาสตินและคอลลาเจน ที่จะช่วยทำให้ผิวของคุณยืดหยุ่น กระชับ อีกทั้งยังชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

อาหารที่มีคอลลาเจนมากที่สุด

7.ผลไม้ – ผัก ที่มีสีแดง

ผลไม้หรือผักที่มีสีแดงนั้นมีเยอะแยะมากมายอย่างเช่น พริกหยวกแดง มะเขือเทศ แครอท ในผลไม้และผักที่มีสีแดงนั้นจะมีไลโคปีนสูง ซึ่งไลโคปีนจะทำหน้าที่คล้ายๆสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เติมเต็มความแข็งแรงของผิว อีกทั้งยังชะลอริ้วรอย จากการศึกษาพบว่าสารต้านอนุมูลอิสระนี้ยังช่วยต้านรังสี UV ได้พอควร นอกจากนี้ไลโคปียังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี

ผลไม้มีคอลลาเจน

8. มะกอกเขียว มะกอกดำ และแตงกวา

หลายคนอาจจะรู้และอีกหลายคนก็อาจจะยังไม่รุ้ว่ามะกอกเขียว มะกอกดำ แตงกวา ผักและผลไม้ทั้ง 3 ชนิดนี้อุดมไปด้วยวิตามิน A สูง ที่ช่วยรักษาคอลลาเจนในผิวให้สูงขึ้น นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยซัลเฟอร์ ที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างคอลลาเจน

เมนูคอลลาเจน

9. ไข่ขาว

อีกหนึ่งอาหารที่เราอาจจะกินกันบ่อยๆ ซึ่งไข่ขาวนั้นเป็นแหล่งกรดอะมิโนโปรลีน ซึ่งเจ้ากรดอะมิโนโปรลีนนี้นั้นถือว่าเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเส้นใยคอลลาเจน ดังนั้นการที่เรากินไข่ขาวก็เท่ากับว่าเราเสริมโปรตีนตัวนี้เข้าไปเพื่อเสริมความแข็งแรงของแขนและขาคอลลาเจนให้แข็งแรงขึ้นนั้นเอง

มีคอลลาเจน

10. เมล็ดข้าวสาลี

เมล็ดข้าวสาลีนั้นถือเป็นอาหารที่มีกรดอะมิโนโปรลีนสูงเช่นเดียวกันกับไข่ขาว จากการศึกษาวิจัยพบว่าการที่เรากินเมล็ดข้าวสาลีประจำนอกจากจะทำให้แขนและขาของคอลลาเจนแข็งแรงแล้วยังทำให้สามารถช่วยยืดอายุของคอลลาเจนได้อีกด้วย

ก็จบไปแล้วสำหรับ 10 อาหารที่มีคอลลาเจน เป็นยังไงกันบ้าง ถูกใจกันรึป่าว แต่ถ้าหากอยากจะให้คอลลาเจนมีประสิทธิภาพมากถึงมากที่สุด เราควรทานควบคู่ไปกับวิตามิน ซี เพราะวิตามิน ซี จะไปช่วยให้ร่างกายดูดซึมคอลลาเจนง่ายขึ้นนั้นเอง